ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
วิเคราะห์

ความลับการเติบโต Instagram ที่ได้ 7,000 คลิกจาก 300,000 คอมเมนต์ (กลยุทธ์ Automation ที่ไม่มีใครรู้)

Superwall57:26
Share:
ความลับการเติบโต Instagram ที่ได้ 7,000 คลิกจาก 300,000 คอมเมนต์ (กลยุทธ์ Automation ที่ไม่มีใครรู้) - Superwall ภาพขนาดย่อวิดีโอ

สรุป

Nick และ Ivan เปิดเผยกลยุทธ์ปฏิวัติในการเติบโตแอปผ่าน automation คอมเมนต์ Instagram พวกเขาสร้าง infrastructure อุปกรณ์ทางกายภาพด้วย custom Android ROM เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ bot และ automate คอมเมนต์ในระดับใหญ่ หัวใจสำคัญคือคอมเมนต์ที่จริงใจ ไม่ใช่ spam - การโปรโมทแอปอย่างโปร่งใสในฐานะผู้ก่อตั้งให้อัตราแปลงที่ดีกว่า

300K คอมเมนต์สร้าง 7,000 คลิกใช้งาน 60 เครื่อง21 ล้านคอมเมนต์/เดือนเมื่อขยายเป็น 1,000 เครื่องอัตราแปลง profile→link 15%

ความลับการเติบโต Instagram ที่ได้ 7,000 คลิกจาก 300,000 คอมเมนต์ (กลยุทธ์ Automation ที่ไม่มีใครรู้)

💡 ถ้าความลับในการเติบโตแอปแบบ Organic ไม่ใช่การสร้างคอนเทนต์แต่เป็นการคอมเมนต์ล่ะ? ผู้ก่อตั้งสองคนเปิดเผยกลยุทธ์สุดช็อกที่ใช้โทรศัพท์ 60 เครื่องทำ Automation คอมเมนต์ 21 ล้านคอมเมนต์ต่อเดือน

📺 วิดีโอต้นฉบับ: Superwall (57:26)


ภาพรวม

วิดีโอนี้เปิดเผยกลยุทธ์นวัตกรรมของผู้ก่อตั้งสองคนชื่อ Nick และ Ivan ที่เติบโตแอปผ่าน Instagram comment automation พวกเขาสร้าง Physical device infrastructure พร้อม Custom Android ROM เพื่อข้าม Bot detection ของแพลตฟอร์มและทำ Automation คอมเมนต์ในขนาดใหญ่ หัวใจสำคัญคือคอมเมนต์ที่ 'จริงใจ' ไม่ใช่สแปม และการโปรโมตแอปอย่างโปร่งใสในฐานะผู้ก่อตั้งกลับให้อัตราการแปลงที่ดีกว่า วิธีนี้นำกลยุทธ์ Cold email มาใช้กับ Social media และนำเสนอ Paradigm ใหม่สำหรับการเติบโตแอป B2C


ผลลัพธ์สุดช็อกจาก 300,000 คอมเมนต์

ผลลัพธ์สุดช็อกจาก 300,000 คอมเมนต์ 00:00:00

วิดีโอเริ่มด้วยคำถามสุดช็อก 'ถ้าความลับในการเติบโตแอปแบบ Organic ไม่ใช่การสร้างคอนเทนต์แต่เป็นการคอมเมนต์ล่ะ?'

แล้วตัวเลขที่น่าทึ่งก็ปรากฏทันที แคมเปญหนึ่งได้ 7,000 คลิกจาก 300,000 คอมเมนต์ Instagram สิ่งที่น่าทึ่งกว่าคือนี่ไม่ใช่ทีม Virtual assistant 100 คน แต่เป็นแค่สองคน Nick และ Ivan ที่ทำด้วยกองทัพโทรศัพท์ Automated

"เรา Automate Physical devices เราสร้าง Android เวอร์ชันของเราเองเพื่อให้เปลี่ยน ROM ทั้งหมดของอุปกรณ์ได้ ดังนั้นแต่ละบัญชีจึงมีโทรศัพท์ที่ Unique โดยพื้นฐาน"

ด้วยพื้นฐานทางเทคนิคนี้ โทรศัพท์แค่ 60 เครื่องก็สร้างผลลัพธ์มหาศาลได้ และถ้าขยายเป็น 1,000 เครื่อง? พวกเขาบอกว่าสามารถโพสต์วิดีโอ 1.5 ล้านและคอมเมนต์ 21 ล้านต่อเดือน นี่เทียบเท่ากับการตอบทุกคนใน MrBeast Reels ภายในหนึ่งเดือน!

"เรา Automate Physical devices"

"แต่ละบัญชีจึงมีโทรศัพท์ที่ Unique โดยพื้นฐาน"


นำกลยุทธ์ Cold Email มาใช้กับคอมเมนต์

นำกลยุทธ์ Cold Email มาใช้กับคอมเมนต์ 00:02:30

Joseph (โฮสต์) ทำการเปรียบเทียบที่น่าสนใจ กลยุทธ์นี้คล้ายกับ Cold email มาก

ใน Cold email ถ้าต้องการส่ง 50,000 อีเมล ต้องตั้งค่า Mailbox หลายสิบและส่งแค่ประมาณ 15 ต่อวันต่อ Mailbox Warm up inbox และหลีกเลี่ยง Spam filter Nick และ Ivan นำวิทยาศาสตร์นี้มาใช้กับ Instagram comment

"ใน Cold email คุณทำ Auto warm up ใช่ไหม ส่งอีเมลที่มีโอกาสเข้า Spam น้อยกว่า Sales email จริงก่อน เราก็ทำเหมือนกันโดยพื้นฐาน คอมเมนต์บางส่วนของเราไม่มีพิษมีภัยจริงๆ ไม่โปรโมตอะไรเลย แค่มีส่วนร่วมเหมือนคนปกติ"

หัวใจสำคัญของแนวทางนี้คือรักษา 'สุขภาพ' ของบัญชี รัน 12-24 บัญชีต่อวันในแต่ละโทรศัพท์ และแต่ละบัญชีคอมเมนต์สูงสุด 60 ครั้งต่อวัน แล้วผสมคอมเมนต์โปรโมตกับคอมเมนต์มีส่วนร่วมปกติอย่างเหมาะสมเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติต่ออัลกอริทึม

"ใน Cold email คุณทำ Auto warm up ใช่ไหม"

"คอมเมนต์บางส่วนของเราไม่มีพิษมีภัยจริงๆ"


วิธีเขียนคอมเมนต์ที่มีประสิทธิภาพ: ความโปร่งใสคือคำตอบ

วิธีเขียนคอมเมนต์ที่มีประสิทธิภาพ: ความโปร่งใสคือคำตอบ 00:06:15

มี Insight ที่น่าสนใจมากตรงนี้ คอมเมนต์แบบไหนมีประสิทธิภาพที่สุด? โปรโมตที่ดูเหมือนสแปม? ไม่ใช่ บอกตรงๆ ว่า 'เป็นแอปที่ฉันสร้าง' กลับได้ผลดีกว่า!

"ตอนแรกคิดว่าถ้าบอกตรงๆ ว่าเป็นแอปของตัวเอง Engagement จะลดลง แต่กลายเป็นผลตรงกันข้าม คนชอบความซื่อสัตย์ นี่คือสิ่งที่พวกเขาไม่ค่อยเจอ"

แนะนำคอมเมนต์สามประเภท:

รูปแบบเล่าเรื่อง: "พยายามออกกำลังกายเองแล้วนอนติดเตียงหนึ่งสัปดาห์ 555 ตอนนี้ออกกำลังกายด้วยแอป" - กระตุ้นความอยากรู้โดยไม่มี CTA โดยตรง

คุณค่าทางการศึกษา + โปรโมตโปร่งใส: "แคลอรี่แตกต่างกันมากตามวัตถุดิบ โฟกัสที่โภชนาการมากกว่านับตัวเลข เราให้เคล็ดลับแบบนี้ในแอปสุขภาพที่ทำกับเพื่อน"

กล่าวถึงทางอ้อม: "ดูวิดีโอในโปรไฟล์ของฉัน" - ชักชวนให้ดูวิดีโอแทนแอปเพื่อดึงให้เข้าชมโปรไฟล์

คอมเมนต์ต้องเข้ากับบริบท ต้องกลมกลืนกับเนื้อหาวิดีโอและบรรยากาศคอมเมนต์ที่มีอยู่อย่างเป็นธรรมชาติ

"ตอนแรกคิดว่าถ้าบอกตรงๆ ว่าเป็นแอปของตัวเอง Engagement จะลดลง แต่กลายเป็นผลตรงกันข้าม"

"คนชอบความซื่อสัตย์"


ความลับของ Timing และ Targeting

ความลับของ Timing และ Targeting 00:10:00

แค่คอมเมนต์ดีไม่พอ เมื่อไหร่และที่ไหนกำหนดครึ่งหนึ่งของผลลัพธ์

"สองสิ่งสำคัญ หนึ่ง คุณภาพของคอมเมนต์เอง ต้องเข้ากับบริบทและไม่ใช่ Copy paste สอง วิดีโอไหนและเมื่อไหร่ ถ้าหาวิดีโอที่มีศักยภาพ Viral และคอมเมนต์ตั้งแต่เนิ่นๆ คอมเมนต์ของเราจะแสดงที่ด้านบนและ 'Viral' ในส่วนคอมเมนต์ได้"

ใช้ AI filter เพื่อหาวิดีโอ Trending ใน Target niche ฝึก For You feed ให้เข้ากับ Niche เฉพาะเพื่อหา Viral content ของ Niche นั้นโดยอัตโนมัติ ถ้าวิดีโอเก่าเกินไปก็ข้ามไปเพราะคอมเมนต์จะไม่ได้รับ Exposure

วิเคราะห์ส่วนคอมเมนต์ด้วย ข้ามวิดีโอที่เต็มไปด้วยคอมเมนต์ไม่เกี่ยวข้องแล้ว และเลือกวิดีโอที่คนมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันเพื่อตอบกลับที่นั่น และไม่ตอบทุกคน Target เฉพาะผู้เข้าร่วมที่ Active ที่ถามคำถามหรือแสดงความคิดเห็น ไม่ใช่คอมเมนต์ Passive เช่น 'ขอบคุณ', 'วิดีโอดี'

"ถ้าหาวิดีโอที่มีศักยภาพ Viral และคอมเมนต์ตั้งแต่เนิ่นๆ คอมเมนต์ของเราจะแสดงที่ด้านบนและ 'Viral' ในส่วนคอมเมนต์ได้"


Funnel: คอมเมนต์ → โปรไฟล์ → ลิงก์

Funnel: คอมเมนต์ → โปรไฟล์ → ลิงก์ 00:14:00

Funnel ทั้งหมดง่ายมาก ดึงความสนใจในคอมเมนต์ ทำให้คนเข้าชมโปรไฟล์ และให้พวกเขาคลิกลิงก์ที่นั่น

ดูตัวเลขจริง:

  • ประมาณ 5,000 Profile visit
  • ประมาณ 750 คนคลิกลิงก์
  • นี่คืออัตราการแปลง 15%!

Profile branding สำคัญมาก คนมาที่โปรไฟล์แล้วไม่ควรจากไปเฉยๆ ใส่คอนเทนต์เกี่ยวกับแอปในโปรไฟล์ และใส่คำอธิบายและลิงก์ที่ชัดเจน (หรือ mention หน้าแบรนด์หลัก) ใน Bio

บัญชีถูก Brand เป็นพนักงานทางการหรือผู้ก่อตั้งของแอป เช่น 'Lena the Wellness Girl - Representing [ชื่อแอป]' ทดสอบและปรับให้เหมาะสมต่อไปว่า Angle ไหนได้ผลดีกว่า

และเพิ่งเพิ่มฟีเจอร์ตอบกลับเมื่อมีคนตอบคอมเมนต์ ถ้ามีคนถามว่า "แอปอะไร?" ก็บอกชื่อแอปโดยตรง

"Profile branding สำคัญมาก คนมาที่โปรไฟล์แล้วไม่ควรจากไปเฉยๆ"


การเดินทาง 8 ปีที่เริ่มจาก Minecraft

การเดินทาง 8 ปีที่เริ่มจาก Minecraft 00:17:00

เรื่องราวของ Nick และ Ivan น่าสนใจมาก พวกเขาเริ่มเป็นทีม Modding เซิร์ฟเวอร์ Minecraft เมื่อ 8 ปีก่อน!

"เรามีเซิร์ฟเวอร์ Minecraft และเราเข้าไปลึกทางเทคนิคมาก สร้าง Custom game และ Mod มากมาย ในกระบวนการนั้น เราพัฒนาทักษะการพัฒนาและเรียนรู้วิธีพูดคุยกับลูกค้าและหาเงิน"

หลังจากเซิร์ฟเวอร์ถูกซื้อ พวกเขาเปลี่ยนไปพัฒนา Private blockchain แล้วตัดสินใจสร้างแอปค้นหาตั๋วเครื่องบินแบบ AI Native (B2C) ขณะที่กำลังคิดว่าจะหาลูกค้าอย่างไร เพื่อนแนะนำให้ลองวิดีโอสไตล์ TikTok UGC

"เรามี Background ทางเทคนิค ดังนั้นแทนที่จะถ่ายวิดีโอเอง เราบอกว่า Automate TikTok กันเถอะ ดังนั้นเราจึงทำได้ 100 ล้านวิว"

ส่วนใหญ่เป็นวิดีโอ Meme และโปรโมตโดยใช้เพลงของลูกค้าเป็น Background วิดีโอหนึ่งทำ 2 ล้านวิวด้วยภาพนิ่งเดียว! แต่เพราะปัญหา TikTok ban พวกเขาจึงเปลี่ยนไป Instagram comment และตระหนักว่าคอมเมนต์ทำซ้ำได้ง่ายกว่าวิดีโอมาก

"เรามี Background ทางเทคนิค ดังนั้นแทนที่จะถ่ายวิดีโอเอง เราบอกว่า Automate TikTok กันเถอะ"

"เราทำได้ 100 ล้านวิว"


ทำไมแพลตฟอร์มถึงยอมให้สิ่งนี้?

ทำไมแพลตฟอร์มถึงยอมให้สิ่งนี้? 00:21:00

หลายคนถามว่า 'แพลตฟอร์มไม่บล็อกหรือ?' คำตอบของ Nick และ Ivan มี Insight มาก

"ไม่กลัวเลย กลับตรงกันข้าม บน Instagram คนที่สร้างคอนเทนต์เป็นสัดส่วนเล็กมาก ส่วนใหญ่แค่บริโภค มีช่องว่างใหญ่ระหว่างผู้สร้างคอนเทนต์และผู้บริโภค ถ้าเรา Distribute คอนเทนต์ที่ Performance ดี เรากำลังช่วย Social media จริงๆ"

ตรรกะหลักคือ:

  • Social media ขาดคอนเทนต์ดี
  • เฉพาะคอนเทนต์ที่ Performance ดีเท่านั้นที่จะแสดงใน Feed
  • คอนเทนต์ที่ Performance ไม่ดีไม่มีใครดูอยู่แล้ว
  • ดังนั้นถ้าคอนเทนต์ของพวกเขาทำได้ดี แพลตฟอร์มก็ได้ประโยชน์

"โดยเฉพาะในหมวดหมู่ Niche มีหมวดหมู่คอนเทนต์ที่คนอยากบริโภคแต่มีคนสร้างน้อย ถ้าเราเติมช่องว่างนั้น แพลตฟอร์มก็ชอบ จากมุมมองของ Meta พวกเขาสามารถ Target โฆษณาไปยังคนที่มีความสนใจนั้นได้"

Meta AI หรือ Sora สร้าง AI content feed ก็เป็นบริบทเดียวกัน มีคอนเทนต์ที่คนต้องการแต่มีคนสร้างไม่พอ ดังนั้นแพลตฟอร์มจึงสร้างและจัดหาเอง

"ถ้าเรา Distribute คอนเทนต์ที่ Performance ดี เรากำลังช่วย Social media จริงๆ"

"มีช่องว่างใหญ่ระหว่างผู้สร้างคอนเทนต์และผู้บริโภค"


ความลับของ Technical Infrastructure

ความลับของ Technical Infrastructure 00:32:00

ความสามารถทางเทคนิคของพวกเขาเป็น Competitive advantage ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่รัน Bot ธรรมดา

"เรา Automate Physical devices เราสร้าง Android เวอร์ชันของเราเองเพื่อเปลี่ยน ROM ทั้งหมดได้ แต่ละบัญชีมี Environment โทรศัพท์ที่ Unique ด้วยการออกแบบนี้ เราสามารถเปลี่ยนบัญชีตามต้องการและรัน 20 บัญชีต่อวันบน Instagram, 100-200 บัญชีบน TikTok"

สิ่งที่สำคัญกว่าคือระบบที่ 'ทำตัวเหมือนมนุษย์':

"เรามีระบบของเราเองที่กดปุ่มโดยไม่ถูกอัลกอริทึมตรวจจับ เราพัฒนาวิธีโต้ตอบกับโทรศัพท์เหมือนคนจริง"

ปัจจุบันรันด้วยโทรศัพท์ 60 เครื่อง ถ้าขยายเป็น 1,000 เครื่อง:

  • 60,000 Active account
  • แต่ละบัญชี 3 วิดีโอ + 45 คอมเมนต์ต่อวัน
  • 1.5 ล้านวิดีโอ, 21 ล้านคอมเมนต์ต่อเดือน

และ 1,000 เครื่องเป็นแค่จุดเริ่มต้น พวกเขาวางแผนขยายเป็นหลายพันเครื่องเพื่อสร้างคอมเมนต์หลายร้อยล้าน

"เรามีระบบของเราเองที่กดปุ่มโดยไม่ถูกอัลกอริทึมตรวจจับ"

"เราพัฒนาวิธีโต้ตอบกับโทรศัพท์เหมือนคนจริง"


อนาคตของ AI และ UGC Distribution

อนาคตของ AI และ UGC Distribution 00:42:00

วิสัยทัศน์เกี่ยวกับอนาคตกล้ามาก เมื่อถูกถามว่า 'Social media ส่วนใหญ่จะเป็น AI content หรือไม่?' Ivan ตอบ

"ผมเชื่อว่านี่จะเป็นอนาคต 99% ของ Reels ไม่ใช่ของเพื่อน แต่เป็นของ Creator ใหญ่ ส่วน 'Social' ของ Social media ไม่ใช่การสร้างหรือบริโภคคอนเทนต์ แต่เป็นการแชร์คอนเทนต์กับเพื่อน ส่ง Meme หรือวิดีโอที่มีประโยชน์ให้กลุ่มหรือบุคคล"

พวกเขาบอกว่าพวกเขา Collaborate กับทีมคอนเทนต์ ไม่ใช่แทนที่:

"เราไม่ได้แทนที่พวกเขา แต่สร้างวิธีทำงานร่วมกัน มีคนที่ให้วิดีโอ UGC จ้างนักศึกษาสร้างคอนเทนต์ เราสามารถ Redistribute คอนเทนต์นั้นได้ พวกเขาโฟกัสที่การผลิตวิดีโอ เราจัดการบัญชีให้"

พวกเขายังร่วมมือกับ AI startup สร้างวิดีโอเช่น Higgs Field พวกเขาสร้างคอนเทนต์ Nick และ Ivan จัดการ Distribution เป็นความสัมพันธ์ Win-win

AI อาจไม่แทนที่การผลิตคอนเทนต์โดยสิ้นเชิง แต่จะเพิ่ม Productivity อย่างมากโดยแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยในวิดีโอที่มนุษย์สร้างและ Automate งานตัดต่อที่น่าเบื่อ

"ส่วน 'Social' ของ Social media ไม่ใช่การสร้างหรือบริโภคคอนเทนต์ แต่เป็นการแชร์คอนเทนต์กับเพื่อน"

"เราไม่ได้แทนที่พวกเขา แต่สร้างวิธีทำงานร่วมกัน"


Copywriting คือ Lever หลัก

Copywriting คือ Lever หลัก 00:50:00

ในที่สุดทุกอย่างก็ลงที่ Copywriting ไม่ว่า Technical infrastructure จะดีแค่ไหน ถ้าคอมเมนต์ไม่ดีก็ไม่มีประโยชน์

ตอนแรกมีการลองผิดลองถูกมาก สัปดาห์แรกๆ โพสต์คอมเมนต์แล้วไม่มีผลลัพธ์และต้องเปลี่ยน Angle โดยสิ้นเชิง ไม่ใช่การปรับเล็กๆ น้อยๆ แต่ต้องการการเปลี่ยนแปลงพื้นฐาน

แล้วพวกเขาก็ค้นพบว่า 'Founder angle' และ 'เพื่อนแนะนำ' angle ได้ผลดีอย่างน่าประหลาดใจ และพวกเขายังคงทดสอบและทำซ้ำ ลอง Prompt, ตัวอย่าง, บริบทต่างๆ ภายใน Angle เดียวกันต่อไป

"Angle ของลูกค้าหนึ่งได้ผลดี 2 สัปดาห์แล้วหยุดทันที แม้เราไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย Instagram เริ่มตรวจจับและไม่ให้ผ่านเลย ดังนั้นเราต้องเปลี่ยน"

ในที่สุดเกมนี้คือการปรับตัวและวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง อัลกอริทึมเปลี่ยน พฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยน ต้องอยู่ข้างหน้าหนึ่งก้าวเสมอ

"Angle ของลูกค้าหนึ่งได้ผลดี 2 สัปดาห์แล้วหยุดทันที แม้เราไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย"


สรุป: ยุคใหม่ของ B2C Outbound

สรุป: ยุคใหม่ของ B2C Outbound 00:55:00

สรุปข้อความหลักของวิดีโอนี้:

ช่องทางเติบโตใหม่: เติบโตผ่านคอมเมนต์ ไม่ใช่การสร้างคอนเทนต์หรือโฆษณา นำกลยุทธ์ Cold outbound ที่พิสูจน์แล้วใน B2B มาใช้กับ B2C

Technical Competitive Advantage: ข้ามข้อจำกัดแพลตฟอร์มด้วย Physical device infrastructure และ Custom ROM นี่คือ Barrier to entry ที่ตามได้ยาก

Paradox ของความจริงใจ: บอกตรงๆ ว่า 'เป็นแอปของฉัน' แทนที่จะซ่อนเหมือนสแปมให้อัตราการแปลงที่ดีกว่า

อยู่ร่วมกับแพลตฟอร์ม: คอนเทนต์/การมีส่วนร่วมที่ดีเป็นประโยชน์ต่อแพลตฟอร์มด้วย ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ขัดแย้ง แต่สามารถ Win-win ได้

บทบาทของ AI: Augmentation ไม่ใช่ Complete replacement ปลดปล่อยผู้สร้างคอนเทนต์จากงานน่าเบื่อเพื่อให้โฟกัสที่งานสร้างสรรค์

VC เริ่มลงทุนใน Startup infrastructure โทรศัพท์แล้ว นี่เป็นสัญญาณว่านี่จะเป็นอนาคตของ UGC distribution คนที่เคลื่อนไหวก่อนจะได้เปรียบ

"VC เริ่มลงทุนใน Startup infrastructure โทรศัพท์แล้ว"

"นี่จะเป็นอนาคตของ Content distribution"


สรุปหลัก

  • การเติบโตด้วยคอมเมนต์คือเวอร์ชัน B2C ของกลยุทธ์ Cold email - Outbound ขนาดใหญ่เพื่อได้สัดส่วนการแปลงที่แน่นอน
  • ความโปร่งใสคือคำตอบ - บอกตรงๆ ว่า 'เป็นแอปของฉัน' แทนที่จะซ่อนให้อัตราการแปลงที่สูงกว่า
  • Timing คือครึ่งหนึ่ง - คอมเมนต์ตั้งแต่เนิ่นๆ บนวิดีโอที่มีศักยภาพ Viral เพื่อได้ Top exposure
  • Physical device infrastructure เป็น Barrier to entry - ข้าม Bot detection ด้วย Custom ROM, ความสามารถทางเทคนิคที่ตามได้ยาก
  • อยู่ร่วมกับแพลตฟอร์มไม่ใช่ขัดแย้ง - คอนเทนต์/การมีส่วนร่วมที่ดีเป็นประโยชน์ต่อแพลตฟอร์ม ดังนั้น Win-win เป็นไปได้
  • AI คือ Augmentation ไม่ใช่ Replacement - วิวัฒนาการไปในทิศทางเพิ่ม Productivity แทนที่จะแทนที่การผลิตคอนเทนต์โดยสิ้นเชิง

ประเด็นสำคัญ

  • 1การเติบโตด้วยคอมเมนต์คือเวอร์ชัน B2C ของกลยุทธ์ cold email
  • 2ความโปร่งใสคือคำตอบ - บอกตรงๆ ว่า 'นี่คือแอปของฉัน' ให้อัตราแปลงสูงกว่า
  • 3คอมเมนต์เร็วบนวิดีโอที่มีศักยภาพ viral เพื่อแสดงด้านบน
  • 4Infrastructure อุปกรณ์ทางกายภาพและ custom ROM เป็นอุปสรรคการเข้า
  • 5อยู่ร่วมกันแทนขัดแย้งกับ platform - คอนเทนต์ดีมีประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
  • 6AI คือการเสริมไม่ใช่แทนที่ - ในทิศทางเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตคอนเทนต์

วิดีโอต้นฉบับ

The Instagram Growth Strategy No One Talks About

โพสต์ยอดนิยม