ทำไมแอปที่ควรได้ 10,000 ดาวน์โหลด/เดือน ถึงล้มเหลว: ไม่ใช่โค้ดแต่เป็น 'สิ่งนี้' ที่มีปัญหา
สรุป
ในซีรีส์ "Fix My App" ของ Adam Lyttle เขาวิเคราะห์แอป AI เคมี "EasyChem" ที่สร้างโดย Yorgi นักพัฒนา Flutter จากฮังการี แอปถูกสร้างมาดีในทางเทคนิคแต่แทบไม่มีดาวน์โหลด Adam วินิจฉัยว่าแอปนี้กำลังประสบ "วิกฤตอัตลักษณ์" การพยายามยัดฟีเจอร์มากเกินไป เช่น AI แก้โจทย์, ตารางธาตุ, แบบทดสอบเคมี ทำให้ลูกค้าเป้าหมายไม่ชัดเจน ผ่านการวิจัยคีย์เวิร์ด เขาค้นพบว่า "Periodic Table" มีความต้องการสูงกว่า "AI chemistry" มากและแนะนำให้โฟกัสที่ฟีเจอร์หลักเพียงอย่างเดียว
ทำไมแอปที่ควรได้ 10,000 ดาวน์โหลด/เดือน ถึงล้มเหลว: ไม่ใช่โค้ดแต่เป็น 'สิ่งนี้' ที่มีปัญหา
💡 นักพัฒนาอินดี้ที่ทำได้ 900,000 ดาวน์โหลด วิเคราะห์สาเหตุความล้มเหลวของแอปเคมีและเสนอทางแก้ผ่านการวิจัยคีย์เวิร์ด
📺 วิดีโอต้นฉบับ: Adam Lyttle (9:42)
ภาพรวม
ในซีรีส์ "Fix My App" ของ Adam Lyttle เขาวิเคราะห์แอป AI เคมี "EasyChem" ที่สร้างโดย Yorgi นักพัฒนา Flutter จากฮังการี แอปถูกสร้างมาดีในทางเทคนิคแต่แทบไม่มีดาวน์โหลด Adam วินิจฉัยว่าแอปนี้กำลังประสบ "วิกฤตอัตลักษณ์" การพยายามยัดฟีเจอร์มากเกินไป เช่น AI แก้โจทย์, ตารางธาตุ, แบบทดสอบเคมี ทำให้ลูกค้าเป้าหมายไม่ชัดเจน ผ่านการวิจัยคีย์เวิร์ด เขาค้นพบว่า "Periodic Table" มีความต้องการสูงกว่า "AI chemistry" มากและแนะนำให้โฟกัสที่ฟีเจอร์หลักเพียงอย่างเดียว
บทนำ: ปัญหาจริงไม่ใช่โค้ด
"แอปนี้ควรได้ 10,000 ดาวน์โหลดต่อเดือน แต่แทบไม่มีดาวน์โหลดเลย และนี่ไม่ใช่ปัญหาเรื่องโค้ด"
Adam Lyttle เป็นนักพัฒนาอินดี้ที่ทำได้ 900,000 ดาวน์โหลด จากพอร์ตโฟลิโอแอปในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ในตอน "Fix My App" นี้ เขาแสดงให้เห็นว่าทำไมแอปเคมีถึงล้มเหลวและจะแก้ไขได้อย่างไร
ตัวเอกวันนี้คือ Yorgi นักพัฒนา Flutter จากฮังการี เขาทำงาน 9 to 5 และพัฒนาแอปเป็นโปรเจกต์เสริม "ผมสร้างแอปสามตัวด้วย Flutter แต่ไม่มีรายได้จาก App Store เลย ผมไม่อยากล้มเหลว ผมอยากโฟกัสที่การสร้างแอปของตัวเอง ไม่ใช่เป็นพนักงาน"
อย่างที่ Adam พูด นี่คือความฝันของนักพัฒนาหลายคน เป็นเจ้านายตัวเอง หนีจากงานฟรีแลนซ์ และทำสิ่งที่อยากทำจริงๆ แต่อย่างที่ Yorgi ค้นพบ เก่งเขียนโค้ดอย่างเดียวไม่พอ ต้องเรียนรู้การสร้างสินค้าที่ดีด้วย
"แอปนี้ควรได้ 10,000 ดาวน์โหลดต่อเดือน แต่มันติดอยู่ แทบไม่มีดาวน์โหลดเลย"
"เก่งสร้างโค้ดอย่างเดียวไม่พอ คุณต้องเก่งสร้างสินค้าด้วย"
วินิจฉัยปัญหา: แอปกำลังประสบวิกฤตอัตลักษณ์
ชื่อแอปคือ "EasyChem - AI Chemistry" ก่อนดาวน์โหลด Adam ก็พบปัญหาหลายอย่างแล้ว
แอปนี้มีสิ่งของมากเกินไป:
- AI Scanner ถ่ายรูปแก้โจทย์เคมี
- ตารางธาตุ
- แบบทดสอบเคมี
"แอปกำลังประสบวิกฤตอัตลักษณ์เล็กน้อย มันเป็นแอปแก้โจทย์เคมีช่วยทำการบ้านหรือเปล่า? หรือเป็นเครื่องมือเรียนตารางธาตุ? ค่อนข้างสับสน"
Adam บอกว่าเขาเห็นได้ว่าแอปนี้ใช้เวลาและความพยายามมาก เขายังรู้สึกได้ว่า Yorgi เป็นวิศวกรเคมี แต่นี่คือความผิดพลาดที่นักพัฒนาแอปอินดี้มือใหม่ทำบ่อยที่สุด:
"พวกเขาพยายามยัดฟีเจอร์มากเกินไปเข้าไปในแอป"
พวกเขาคิดว่ายิ่งมีฟีเจอร์มาก คนก็จะดาวน์โหลดมากขึ้น หรือคิดว่าถ้าจะเก็บค่าสมาชิกต้องให้คุณค่ามากขึ้น แต่สิ่งนี้กลับทำให้แอปเสียหาย
"แอปกำลังประสบวิกฤตอัตลักษณ์เล็กน้อย"
"พวกเขาพยายามยัดอะไรมากเกินไปเข้าไปในแอป"
"สิ่งนี้กำลังทำร้ายแอปของคุณ มันทำให้ผู้ใช้สับสน"
ผมก็เคยทำผิดพลาดเดียวกัน: เรื่อง Piano Run
Adam สารภาพว่าตัวเองก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เกม "Piano Run" ของเขาเป็นเกมอาเขตแต่กลับกำลังเล็งคีย์เวิร์ด "learn piano"
"มันเป็นเกมที่โน้ตตกลงมาและต้องจับคู่กับเปียโนด้านล่าง ผมอาจหลอกตัวเองว่ามันกำลังสอนคนเล่นเปียโน แต่จริงๆ แล้วผมแค่หลอกตัวเอง"
เขาคิดหลายเดือนเพื่อพยายามให้มันเป็นทั้ง "เครื่องมือเรียนรู้" และ "เกม" จากนั้นระหว่างวันหยุด เขาก็ตระหนักได้ การเรียนโน้ตเปียโนอย่างถูกต้องต้องมีพื้นฐานและต้องรู้วิธีอ่านโน้ตเพลง
แต่ถ้าเพิ่มฟีเจอร์เหล่านั้น มันจะกลายเป็นแอปที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง วัตถุประสงค์ต่างกัน กรณีใช้งานต่างกัน แม้แต่ผู้ใช้ก็ต่างกัน
"ดังนั้นแทนที่จะพยายามยัดเข้าไปในแอปเปียโนที่มีอยู่ ผมตัดสินใจว่านี่จะเป็นสินค้าแยกต่างหาก"
ต้องคิดถึงแอปเป็น "สินค้า" ไม่ใช่ "ชุดฟีเจอร์" สินค้าของคุณแก้ปัญหาอะไร? คุณต้องการบรรลุอะไรจากมัน?
สินค้าใหม่ของ Adam โฟกัสเฉพาะการเรียนอ่านโน้ตเพลง ไม่รวมสิ่งที่ไม่ตรงวัตถุประสงค์นั้น
"ผมอาจหลอกตัวเองว่ามันกำลังสอนคนเล่นเปียโน แต่จริงๆ แล้วผมแค่หลอกตัวเอง"
"มันจะกลายเป็นแอปที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง"
"โฟกัสที่ฟีเจอร์เดียว ทำให้มันถูกต้อง เพราะนั่นคือสินค้าของคุณ"
การวิจัยคีย์เวิร์ด: ค้นหาสิ่งที่ตลาดต้องการ
มาแก้ไขแอปกัน! ก่อนอื่นต้องวิจัยคีย์เวิร์ดเพื่อหาว่าคนค้นหาอะไรจริงๆ สิ่งนี้ช่วยกำหนดทิศทางของแอป
Adam ใช้เครื่องมือ Astro ใส่คีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง:
- Chemistry flashcards
- AI chemistry
- Periodic table
- Chemistry quiz
- Learn chemistry
- Chemistry solver
- Periodic table quiz
"กระบวนการนี้เปิดตาผมเสมอ" เห็นเทรนด์ชัดเจน:
คนไม่ค้นหา "เรียนเคมี" บน App Store และพวกเขาไม่ค่อยสนใจมุม AI ด้วย
นี่คือการวิจัยตลาดพื้นฐาน แค่วิจัยคีย์เวิร์ดก็เรียนรู้ได้มากเกี่ยวกับ niche นี้
ปัจจุบัน EasyChem กำลังเล็ง "AI chemistry" และ "learn chemistry" แต่การวิจัยแสดงว่าไม่มีใครค้นหาสิ่งนี้ แทนที่จะเป็นอย่างนั้น คนค้นหา "chemistry solver" และ "periodic table"
"กระบวนการนี้ให้ความกระจ่างเสมอ"
"คนไม่ค้นหาวิธีเรียนเคมีบน App Store"
"การวิจัยนี้แสดงว่าไม่มีใครค้นหาสิ่งนั้นจริงๆ"
วิเคราะห์เชิงลึก: AI Scanner vs ตารางธาตุ
ขุดลึกคีย์เวิร์ด "Chemistry solver" สิ่งนี้เกี่ยวข้องกับมุม AI แต่ไม่ใช้คำ buzzword AI
มีแอปที่เล็งคีย์เวิร์ดนี้อยู่แล้ว:
- AI Chemistry Solver Pro: 118 รีวิว เปิดตัวมิถุนายนปีที่แล้ว
- Chemistry Solver: อันดับ 1 มากกว่า 1 ปี มีแค่ 85 รีวิว
- Ken AI Chemistry Solver: 781 รีวิว เปิดตัว 2023
Adam ประเมินจำนวนผู้ใช้จริงผ่านจำนวนรีวิว คะแนนความนิยมของ Astro บางครั้งอาจบิดเบือน
ตรวจสอบดาวน์โหลดเดือนที่แล้ว...ไม่ดี แอป top ทั้งหมดต่ำกว่า 5,000 ดาวน์โหลด รายได้ก็ต่ำกว่า $5,000
ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น?
- ตลาดเป้าหมายคือนักเรียน พวกเขามีเงินจ่ายค่าสมาชิกไหม? น่าจะไม่มี
- AI wrapper, AI scanner หมดยุคแล้ว ไม่สร้างรายได้เหมือนก่อน และตอนนี้ก็ง่ายที่จะทำเอง
"จากการวิจัยตลาดนี้ ผมบอกว่าเส้นทาง AI scanner แก้โจทย์เคมีเป็นทางตัน"
"แอป top ทั้งหมดรายงานต่ำกว่า 5,000 ดาวน์โหลดและต่ำกว่า $5,000 รายได้"
"AI wrapper, AI scanner หมดยุคแล้ว"
"เส้นทาง AI scanning แก้โจทย์เคมีเป็นทางตัน"
ทางแก้: All-in ที่ตารางธาตุ
มาดูข้อมูลที่ให้ความหวัง!
คีย์เวิร์ด "Periodic Table":
- ความนิยม: 36
- การแข่งขัน: ต่ำอย่างน่าประหลาดใจที่ 21
ตรวจสอบแอป top:
- Periodic Table Chemistry 2026: 4,927 รีวิว (เปลี่ยนชื่อจาก 2025 จึงตรวจสอบข้อมูลยาก)
- Chemistry Periodic Table AI: 2,561 รีวิว, 10,000 ดาวน์โหลดเดือนที่แล้ว!
น่าประทับใจ รายได้ต่ำกว่า $5,000 แต่ด้วยตัวเลขเหล่านี้ ผมเห็นศักยภาพ $2,000-$5,000/เดือน
สรุปชัดเจน:
"เอาฟีเจอร์ AI scanner ออก โฟกัสที่ตารางธาตุ"
ถ้าจะแก้แอปนี้ Adam จะโฟกัสที่การสร้างแอปอ้างอิงตารางธาตุที่ดีที่สุด:
- ทำให้สวย
- ทำให้ใช้แล้วมีความสุข
- ทำเหมือนงานศิลปะ
- แอปที่ผู้เชี่ยวชาญเคมีอยากแชร์ให้เพื่อนร่วมงาน
"โฟกัสจริงๆ ที่การสร้างแอปอ้างอิงตารางธาตุที่ดีที่สุดบน App Store"
"Chemistry Periodic Table AI มี 2,561 รีวิว และเดือนที่แล้วสร้าง 10,000 ดาวน์โหลด"
"เอาฟีเจอร์ AI scanner ออก ใส่ตารางธาตุเข้าไป"
"ทำให้สวย ทำให้ใช้แล้วมีความสุข สร้างอะไรที่เป็นศิลปะ"
สรุป: รวบรวมบทเรียนหลัก
Adam สรุปว่าในตอนนี้เขาได้แสดงวิธีแก้ไขแอป:
- ดูตัวแอปเอง - วิกฤตอัตลักษณ์ ฟีเจอร์มากเกินไป
- วิจัยตลาด - เข้าใจความต้องการจริงผ่านการวิจัยคีย์เวิร์ด
- ตามความต้องการผู้ใช้ - AI chemistry ❌ → Periodic Table ✅
"อาจยังมีส่วนที่ผมยังไม่ได้คิดถึง ถ้าคุณมีความคิด บอกผมในคอมเมนต์"
และถ้าแอปของคุณก็ต้องแก้ไข ก็ติดต่อได้ บอกว่าทำไมสร้างแอป กำลังเจอปัญหาอะไร แล้วเขาจะดูให้
ข้อความหลัก: โฟกัสที่ฟีเจอร์เดียว ทำให้มันถูกต้อง นั่นคือสินค้าของคุณ
"เราได้ดูตัวแอปเอง ทำการวิจัยตลาด และตามไปที่ความต้องการผู้ใช้"
"โฟกัสที่ฟีเจอร์เดียว ทำให้มันถูกต้อง เพราะนั่นคือสินค้าของคุณ ง่ายแค่นั้นจริงๆ"
สรุปหลัก
- เก่งเขียนโค้ดอย่างเดียวไม่พอ - ต้องเรียนรู้การสร้างสินค้าที่ดีด้วย
- ยัดฟีเจอร์มากเกินไปจะทำให้แอปเสียหาย - ผู้ใช้สับสนและจุดหลักเบลอ
- คิดถึงแอปเป็น "สินค้า" ไม่ใช่ "ชุดฟีเจอร์" - มันแก้ปัญหาอะไร?
- เข้าใจความต้องการจริงผ่านการวิจัยคีย์เวิร์ด - ตัดสินใจด้วยข้อมูลไม่ใช่การเดา
- AI wrapper/scanner หมดยุคแล้ว - ยากที่จะแข่งขันโดยไม่มีจุดต่าง
- โฟกัสที่ฟีเจอร์หลักเดียวและทำให้ดีที่สุด - นั่นคือสินค้า
ประเด็นสำคัญ
- 1เก่งเขียนโค้ดอย่างเดียวไม่พอ - ต้องเรียนรู้การสร้างสินค้าที่ดีด้วย
- 2ยัดฟีเจอร์มากเกินไปจะทำให้แอปเสียหาย - ผู้ใช้สับสนและจุดหลักเบลอ
- 3คิดถึงแอปเป็น "สินค้า" ไม่ใช่ "ชุดฟีเจอร์" - มันแก้ปัญหาอะไร?
- 4เข้าใจความต้องการจริงผ่านการวิจัยคีย์เวิร์ด - ตัดสินใจด้วยข้อมูลไม่ใช่การเดา
- 5AI wrapper/scanner หมดยุคแล้ว - ยากที่จะแข่งขันโดยไม่มีจุดต่าง
- 6โฟกัสที่ฟีเจอร์หลักเดียวและทำให้ดีที่สุด - นั่นคือสินค้า